สถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาวปารีส

9

นับเป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่ง สำหรับกรุง “ปารีส” ที่หากใครได้ไปเยือนแล้วก็ต้องตกหลุมรักในบรรยากาศอันสุดแสนจะโรแมนติกของเมือง ๆ นี้ จนอยากจะกลายเป็นคนเมืองนี้ขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปารีสส่วนใหญ่ต่างก็มีเวลาที่จำกัด ขณะที่เมือง ๆ นี้ มีสถานที่ที่น่าสนใจนับไม่ถ้วน จนทำให้การเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกที่ในปารีสกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หากมีเวลาเที่ยวเพียงไม่กี่วัน แต่ไม่ว่าจะมีเวลาเที่ยวปารีสมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือการไปเยือน 10 สถานที่ต่อไปนี้ ที่ทำให้คุณได้สัมผัสกับความเป็น “ปารีส” อย่างแท้จริง การนั่งรถทัวร์ชมกรุงเป็นสิ่งที่คุณควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวที่มาปารีสเป็นครั้งแรก เพราะที่นี่จะมีรถทัวร์ที่เรียกกันว่า L’Open ทัวร์ ซึ่งเป็นรถทัวร์ที่มีดาดฟ้าอยู่ข้างบน เพื่อให้คุณได้ชมเมืองปารีสอย่างไม่มีอะไรบดบังสายตาเลย

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋ววันเดียวหรือสองวันก็ได้ สำหรับการนั่งรถชมเมืองใน 4 เส้นทาง โดยทันทีที่คุณซื้อตั๋วแล้ว ทางรถทัวร์จะมีชุดหูฟังให้คุณ เพื่อใช้ในการเสียบต่อกับแจ็คที่อยู่บริเวณด้านข้างของเบาะที่นั่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถฟังบรรยายไปตลอดการเดินทาง โดยเลือกฟังได้ถึง 8 ภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอิตาลี ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษารัวเซีย และภาษาจีน สำหรับเคล็ดลับในการนั่งรถทัวร์ชมกรุงปารีสนั้น แนะนำให้คุณลองใช้บริการในวันธรรมดาหรือเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์จะดีที่สุด เพราะหากใช้บริการในช่วงเวลาอื่นคนจะแน่นมาก และคุณอาจจะได้ยืนในห้องยืนที่จัดไว้รองรับเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ หากคุณใช้บริการช่วงคนน้อย คุณสามารถที่จะเปลี่ยนแจ็กหูฟังของคุณได้ในกรณีที่ใช้หูฟังต่อกับแจ็กบางตัวไม่ได้อีกด้วย

หอไอเฟลไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสด้วย ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวคนใดไม่ได้ไปเยือนหอไอเฟล ถือว่าไปไม่ถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 60 ล้านคน ไปเยือนหอไอเฟล โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพรอบกรุงปารีสได้ เพียงแค่ซื้อบัตรที่บูธซึ่งอยู่บริเวณฐานของหอไอเฟล แล้วขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอไอเฟล

แหล่งท่องเที่ยวในจีนที่น่าสนใจ

ใครที่กำลังเดินทางไปเที่ยวจีน แต่ยังไม่ทราบว่าจะเที่ยวที่ไหนบ้าง วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวของจีนที่ไม่ควรพลาด !มาแนะนำกันค่ะ เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจในกเที่ยวจีนให้สนุกมากขึ้นค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1. The Forbidden City หรือนครต้องห้าม ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน และอยู่ทางตอนเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังแห่งนี้ เป็นเขตหวงห้ามไม่ไห้ประชาชนเข้า แม้แต่ข้าราชการชั้นสูง ยังต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ จึงเรียกพระราชวังนี้ว่า“พระราชวังต้องห้าม” จักรพรรดิจะทรงประทับอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ กั้นพระองค์จากโลกภายนอก โดยมีสนมกำนัล ขันที และข้าหลวงรับใช้ ซึ่งคนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในนครต้องห้ามตลอดชีวิต

2. The Great Wall หรือ ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ“กำแพงเมืองจีน” บ้างก็เรียกว่า“กำแพงหมื่นลี้” เพราะมีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร กำแพงเมืองจีนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางด้วย

3. The Terracotta Warriors หรือ “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” สุสานของจอมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน เป็นสุสานที่เต็มไปด้วยหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่น เล่ากันว่า“จิ๋นซีฮ่องเต้” มีพระบัญชาให้สร้างมหาสุสานเพื่อเป็นที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ โดยใช้ช่างฝีมือและคนงานกว่าเจ็ดแสนคนปั้นหุ่นทหารจากแบบที่เป็นคนจริง เมื่อปั้นเสร็จคนที่เป็นแบบจะถูกสังหารให้วิญญาณมาสถิตในหุ่นเพื่อพิทักษ์สุสาน ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบที่ฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ และที่นี่ก็กลายมาเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ตะลึงกันทั่วโลก

4. Karst Mountains in Yangshuo ในเมืองหยางโจว เป็นภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก ตั้งอยู่ที่มณฑลกวางซีซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของที่นี่คือการมองจากหยางโจว เขตเทศบาลเล็กๆ บริเวณชานเมือง“กุ้ยหลิน” ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี

5. Hangzhou – Paradise on Earth “หางโจว” (Hangzhou) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เป็นสวรรค์บนดินที่ล้อมรอบด้วย“ทะเลสาบซีหู” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด

6. Jiuzhaigou หุบเขา“จิ่วจ้ายโกว” (Jiuzhaigou) เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน มีทะเลสาบที่สวยมหัศจรรย์เหลือจะบรรยาย ยิ่งในฤดูใบไม้ร่วง สีเหลืองของใบไม้สะท้อนผ่านสีเขียวของผืนน้ำ เกิดเป็นภาพที่สะกดทุกสายตา จนในปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกได้ประกาศพื้นที่นี้ให้เป็นมรดกโลก และเป็น World Biosphere Reserve ใน พ.ศ. 2540

7. Potala Palace, Lhasa “พระราชวังโปตาลา” ตั้งอยู่ที่กรุงลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน ปราสาทนี้ถูกสร้างในลักษณะของวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกเรียกว่า วังขาว เพราะทาสีขาว สร้างเสร็จ ปี ค.ศ. 1648 พระราชวังชั้นในเรียกว่าวังแดง ได้ชื่อตามผนังที่ทาสีแดง สร้างที่หลังวังขาวเกือบ 50 ปี ปัจจุบันพระราชวังโปตาลากลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ภายในวังขาว มีสำนักงาน โรงเรียนศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ยังใช้ประกอบพิธีกรรมอยู่ เป็นศูนย์รวมใจของโปตาลา

8. The Bund, Shanghai (The Bund เป็นภาษาเยอรมันหมายถึงจุดนัดพบ) หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า “Waitan” (ไว่ทัน) คือพื้นที่ที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำHuangpu ทิวทัศน์ที่น่าสนใจบริเวณนี้ก็คือเหล่าตึกที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปในยุคศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “An International Exhibition of Architecture” หรือนิทรรศการแสดงสถาปัตยกรรมนานาชาติ

9. Giant Pandas and Chengdu อยากชิมอาหารพื้นเมืองอันมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ไม่ควรพลาด“เฉิงตู” หนึ่งในเมืองสวยงามและเป็นแหล่งที่รวมอาหารเด็ดที่สุดในซีอาน พร้อมสัมผัสแพนด้ายักษ์อย่างใกล้ชิดที่สถาบันวิจัยการผสมพันธุ์สัตว์

10. Modernity in Hong Kong “ความล้ำสมัยที่สุดของจีนสัมผัสได้จากฮ่องกง“ เชื่อกันว่าหากอยากเห็นภาพตระการตาและไฮเทคของบ้านเมืองพี่จีน ให้ข้ามไปที่เกาะเกาลูน ฝั่งฮ่องกงแล้วมองกลับมา และภาพนั้นจะปรากฏอยู่ตรงหน้า

เป็นไงกันบ้างค่ะมีให้เลือกหลายที่เลยใช่มั้ยค่ะ และแต่ละที่ก็น่าสนใจทั้งนั้น หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวนะค่ะ แล้วอย่าลืมเดินทางไปเที่ยวกันนะค่ะ รับรองว่าคุณจะติดใจอย่างแน่นอนค่ะ

การท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไวน์กับประเทศนิวซีแลนด์

การท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไวน์กับประเทศนิวซีแลนด์

การท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไวน์เริ่มต้นที่ภูมิภาค Hawke’s Bay แหล่งกำเนิดของ Mission Estate ไร่ไวน์เก่าแก่ที่สุดในนิวซีแลนด์สร้างโดยมิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศสในราวปี 1851เฉพาะในเขตนี้มีไร่ไวน์มากกว่า 30 แห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชิมไวน์ ซึ่งนอกจากการชิมไวน์แล้ว ไร่ไวน์อย่าง Creggy Range ยังมีบริการอาหารอร่อยทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เช่นเดียวกับ Sileni Estates ที่มีร้านอาหารชั้นดีให้เลือกถึง 2 แห่งพร้อมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโรงเรียนสอนทำอาหารจาก Hawke’s Bay ขับรถเรื่อยๆ ลงใต้ไปตามเส้นทางผ่านสวนผลไม้ เมืองเล็กๆ น่ารักและฟาร์มสเตย์ นิวซีแลนด์ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงก็จะถึงหมู่บ้านไวน์ Martinborough แหล่งรวมไวน์แบบบูติกที่มีทั้งไวน์ รสชาติดีและสภาพแวดล้อมสวยงามกว่า 26 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นไร่ไวน์ Ata Rangi หรือ Palliser Estate ที่อยู่ใกล้จนเดินถึงกันได้ จะเป็นการดีหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสแวะ Martinborough Wine Centre ศูนย์ให้ความรู้ด้านไวน์ระดับภูมิภาคแห่งแรกของนิวซีแลนด์ ก่อนชมภายในตัวเมืองเพื่อการเที่ยวชมไร่ไวน์ท้องถิ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ห่างจาก Martinborough เพียง 75 นาทีโดยการขับรถก็จะเข้าสู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ ที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวาของศิลปะ วัฒนธรรม อาหารและร้านกาแฟเก๋ๆ ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมอาคารรัฐสภาฟรี หรือหากต้องการสัมผัสกับเรื่องราวความเป็นมาของชาวนิวซีแลนด์ รวมทั้งทำความรู้จักกับสภาพภูมิประเทศในแง่มุมต่างๆ ก็ไม่ควรพลาดเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Te Papa จากเมือง Wellington นั่งเรือเฟอรี่เพียง 3 ชั่วโมงข้ามช่องแคบคุก ไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่สุดของปรากฏการณ์ความงามแห่งธรรมชาติ ที่ Marlborough Sounds สู่เมือง Picton ทางตอนเหนือของเกาะใต้ ด้วยทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตลอดการเดินทาง ลัดเลาะไปตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค นี่คือจุดเริ่มต้นของความประทับใจที่ยากจะลืมของการเดินทางครั้งนี้ จากนั้นใช้เวลาขับรถอีก 30 นาที ถึงเมือง Blenheim เมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาค Martinborough ที่ได้ชื่อว่าเป็นภูมิภาคแห่งไวน์อย่างแท้จริงอีกแห่ง ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของ Sauvignon Blanc และไร่ไวน์ที่มีมากกว่า 40 แห่งภายในรัศมี 15 กิโลเมตรจากตัวเมือง Blenheim ซึ่งรวมไร่ไวน์ Cloudy Bay Winery อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้อีกด้วยแม้ว่าการท่องเที่ยวบนเส้นทางนี้จะเน้นไปที่ไวน์และอาหาร แต่บนเส้นทางนี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Art Deco และอาณาจักรของนกแกนเน็ต บนยอดเขา Cape Kidnappers ที่ Hawke’ s Bay หรืออาณาจักรแมวน้ำที่ Palliser Bay รวมถึงชายฝั่งมหาสมุทรที่โค้งเว้างดงามของ Marlborough Sounds